Slider
previous arrow
next arrow
Slider

กลไกการทำงาน

ทำหน้าที่ จับไขมันในอาหารที่บริโภคไม่ให้ถูกย่อยในระบบย่อย  จับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์  และขับถ่ายออกมา ลดระดับคอเลสเตอรอลแอลดีแอลโดยวิธีจับกับกรดน้ำดีไม่ให้ไหลกลับไปที่ตับอ่อน กระบวนการป้องกันการดูดซึมของกรดน้ำดีกลับเข้าสู่กระแสเลือดนั้นจะทำให้กระบวนการ oxidation (การสลายไขมัน) ของ cholesterol ไปเป็นกรดน้ำดีเพิ่มมากขึ้น จะทำให้ beta lipoprotein หรือ low density lipoprotein (LDL)ในพลาสมาลดลง ส่งผลให้ระดับของ serum cholesterol ลดลง 

L112 Absorbital

ปลอดภัย ไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ไม่ส่งผลกระทบทางด้านสรีรวิทยาหน้าที่ของตับและไต ไม่เป็นอันตรายต่อลำไส้ในขณะที่อยู่ในระบบทางเดินอาหาร  ไม่มีผลกระทบเรื่องของกระบวนการเผาผลาญอาหาร

ส่วนประกอบสำคัญ

คือ L112 BIOPOLYMER ซึ่งสามารถจับกับกรดน้ำดี ในลำไส้ ได้เป็นสารประกอบเชิงซ้อนที่ไม่ละลายน้ำ และจะถูกกำจัดออกทางอุจจาระต่อไป การที่ L112 BIOPOLYMER  สามารถจับกับกรดน้ำดี และป้องกันการดูดซึมของกรดน้ำดี กลับเข้าสู่กระแสเลือดนั้น จะทำให้กระบวนการ oxidation (การสลายไขมัน) ของ cholesterol ไปเป็นกรดน้ำดี เพิ่มมากขึ้น  จากเหตุผลที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จะทำให้ beta lipoprotein หรือ low density lipoprotein (LDL)ในพลาสมาลดลง ส่งผลให้ระดับของ serum cholesterol ลดลงด้วย นอกจากนี้ L112 BIOPOLYMER  สามารถลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ โดยการจับไขมันไตรกลีเซอไรด์ จากงานวิจัยได้ตรวจพบปริมาณมากของไตรกลีเซอไรด์ออกมากับอุจาระ

โพลิเมอร์ของ กลูโคซามีน และ เอ็นอะซิติลกลูโคซามีน ( β-1,4-polymer of D-glucosamine and N-acetyl-D-glucosamine) "L112 BIOPOLYMER"   ที่มีคุณสมบัติพิเศษเฉพาะทางที่ดีที่สุดในการจับกับไขมัน (fat binding) เป็นไฟเบอร์ธรรมชาติที่ (1)ไม่ย่อยในระบบย่อยอาหาร (2) มีน้ำหนักโมเลกุลสูงจะไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด (3) ไม่ส่งผลกระทบทางด้านสรีรวิทยาของหน้าที่ของตับและไต และ(4) ที่สำคัญอันสุดท้ายไม่เป็นอันตรายต่อลำไส้ในขณะที่เป็น ยังคงอยู่ในระบบทางเดินอาหาร L112 BIOPOLYMER ทำหน้าที่จับกับโมเลกุลของไขมัน ไม่ให้ถูกย่อยในระบบย่อยอาหาร

howL112work00 w700(t) 01

 กลไกการทำงานของ L112 BIOPOLYMER  มาจาก amino groups ( NH2) ที่มีอยู่ในโครงสร้าง ทำให้ L112 BIOPOLYMER มีคุณสมบัติในการจับกับ cholesterol เหมือนกับยา Cholestyramine ที่มักจะก่อให้เกิดอาการข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารได้มาก เนื่องจาก Cholestyramine มี chloride salt ในโครงสร้าง แต่ L112 BIOPOLYMER มีข้อเด่นที่เหนือกว่า Cholestyramine ตรงที่ตัวมันเองไม่ก่อให้เกิดพิษ เมื่อรับประทาน L112 BIOPOLYMER เข้าไป จะผ่านทางทางเดินอาหารส่วนต้น เข้าไปอยู่ในกระเพาะอาหาร ซึ่งมีสภาวะเป็นกรด L112 BIOPOLYMER จะยังคงอยู่ในสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ต่อเมื่อมีอุณหภูมิสูงขึ้น โครงสร้างของ L112 BIOPOLYMER  จะแตกออก amino groups ในโครงสร้างของ L112 BIOPOLYMER จะเปลี่ยนไปเป็นประจุบวก และจะสร้างพันธะที่แข็งแรงกับ functional groups อื่นๆ ที่เป็นประจุลบ เช่น OH, COOH ของกรดไขมันอิสระที่ได้จากอาหาร ที่อยู่ในกระเพาะอาหาร (N--- C==0 ที่สามารถเข้าจับได้ คือตรง N จะมี อิเล็กตรอนมากพอ (มี 1 คู่อิสระ) จะไปเกิดพันธะ อ่อน ๆ (โควาเลนซ์) กับ C==0 ตรงหมู่คาร์บอนิล และเนื่องจาก เป็น polymer ขนาดยาว ตำแหน่งอื่น ก็มีโอกาสที่จะจับกับไขมันได้เช่นกัน) ทำให้กรดไขมันไม่ถูกดูดซึม นอกจากนี้ L112 BIOPOLYMER ยังสามารถจับกับ triglyceride, cholesterol และ dietary sterol อื่นๆ ด้วยเหตุนี้บางการศึกษาจึงสรุปว่า L112 BIOPOLYMER มีความสามารถในการจับกับไขมันได้ดีกว่ายาลดไขมันบางชนิด เมื่ออาหารเคลื่อนตัวเข้าสู่ลำไส้เล็กส่วน duodenum จะถูกผสมคลุกเคล้ากับน้ำดี ซึ่งประกอบด้วยกรดน้ำดี กรดน้ำดีจะถูกดูดซึมกลับเข้าสู่กระแสเลือดไปที่ตับ ซึ่งสามารถพบกรดน้ำดีได้ในปริมาณเล็กน้อยใน serum ปกติ L112 BIOPOLYMER สามารถจับกับกรดน้ำดี ในลำไส้ ได้เป็นสารประกอบเชิงซ้อนที่ไม่ละลายน้ำ และจะถูกกำจัดออกทางอุจจาระต่อไป การที่ L112 BIOPOLYMER สามารถจับกับกรดน้ำดี และป้องกันการดูดซึมของกรดน้ำดี กลับเข้าสู่กระแสเลือดนั้น จะทำให้กระบวนการ oxidation (การสลายไขมัน) ของ cholesterol ไปเป็นกรดน้ำดี เพิ่มมากขึ้น จากเหตุผลที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จะทำให้ beta lipoprotein หรือ low density lipoprotein (LDL)ในพลาสมาลดลงส่งผลให้ระดับของ serum cholesterol ลดลงด้วย